เพลงบทน้อย

เคยเหงาอยู่บ้างข้างขอบฟ้า


3:14 minutes (2.97 MB)

ไป ไป ตามหนทางไกล ฝัน ฝัน ไม่เลยไปจนไกล แค่ใจความรู้สึกหยั่งถึง
กับใจที่คิดคำนึง ให้ถึงซึ่งความทรงจำ ใช้คืนค่ำดั่งคำย้ำเตือน

ตามสองข้างทางพฤกษายังเป็นเพื่อน
เรไรเยี่ยมเยือน เจ้าเพื่อนเอ๋ย
อาจจะได้ฝันไกลหรือได้เพียงฝันเฟื่อง เป็นเรื่องของใจ ตัวเอง

แด่ดวงใจท่องไปในโลกกว้าง เคยเหงาอยู่บ้าง ข้างขอบฟ้า
บางครั้งชโลมตัวเองบ้าง ฝนเกิดจากน้ำ ขวัญและฝันเกิดจากใจ

ใสใส บางส่วนที่สดใส ขวัญ ขวัญ บางครั้งเคยหล่นหาย เหมือนพ่ายความรู้สึกตัวเอง
กับคืนที่เข้ามาเยือน ฤาจะเลือนแม้ความทรงจำ ใช่คืนค่ำดั่งคำย้ำเตือน


สายใยธรรมชาติ


5:29 minutes (3.76 MB)

คิดยังไง กับคำที่เอ่ยผ่านมา ให้คุณค่า กับความรู้สึกแค่ไหน
นั้นเป็นเรื่องจิตใจ รักและคอยห่วงใย แม้นไกล ให้ใจมั่นคง

ใช้เวลากับคำที่เอ่ย แค่ไหน หรือพูดไปเพียงได้อารมณ์ผ่อนคลาย
ไม่จริงจังอะไร แล้วจึงพูดออกไป ให้ใจหวั่นไหว ระรัว

เป็นพี่ เป็นน้อง เพื่อนพ้องและคู่ใจ ลมรักนำพาไป สดใสเบิกบาน
ฝากเป็น ความรัก ไร้เล่ห์มายาการ อ่อนหวาน ละมุน อบอุ่น เรื่อยไป

แล้วเข้าใจ กับคำว่ารักแค่ไหน เห็นสายใย ที่ธรรมชาติมอบมา
ใช่มองดูด้วยตา แล้วก็พูดออกมา โลกร้อยมารยาไม่มีวันจะเข้าใจ


ทานตะวัน


4:15 minutes (3.9 MB)

คำร้อง : คุณ เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์
ทำนอง : อาจารย์ ธนิสร์ ศรีกลิ่นดี

ตะวันส่องใสแดดฉายลงมาทาบทาทิวทุ่ง
แผ่วลมผ่านโรยเหมือนโปรยกลิ่นปรุงดอกฟางหอมลอย

ดอกหญ้าดาววับวาวทางเกลื่อนเหมือนดังหยาดพลอย
แตะนิดต้องน้อยราวมณีร่วงพรูพลัดพรายลงดิน

จะอยู่แดนไหนสุดฟ้าแสนไกลคนึงถึงถิ่น
ด้าวแดนแผ่นดินที่เราจากมาเนิ่นนานแสนนาน

ดอกหญ้างามงดงามดังก่อนหรือรอนร่วงราน
แดดร้อนดินแล้งลมระงมแผ้วพานบ้านนาป่าเขา

ทุ่มกายเทใจเข้าโหมแรงไฟหัวใจเร่งเร้า
ยิ่งสร้างยิ่งทำระกำหนักเบาดิ้นรนหนทาง

เจ้ามิ่งขวัญยิ่งวันยิ่งเดือนยิ่งเลือนยิ่งลาง
ทอดทิ้งทุ่งร้างวันและวัยผ่านเยือนเหมือนเดินทางไกล

ตะวันส่องแสงสาดแสงลงมาทาบทาทางใหม่
ร่วมจิตร่วมใจก้าวไปก้าวไปฝ่าภัยร้อยพัน

มิ่งขวัญเอ๋ยหัวใจเรามั่นเหมือนทานตะวัน
เฉิดแสงแรงฝันกลางระวีตะวันสีทองผ่องใส


แมลงสาบกับนกในกรงทอง


3:58 minutes (3.64 MB)

เป็นกาจั๊วดีกว่า เป็นนกฟ้าในกรงทอง ได้มองท้องน้ำฟ้าใส
ไว้ใจในปีกกระจอก กระจอก

ว่าไงเจ้านกประดับฟ้า ไหงมาเลือกประทับในลูกกรง
ปีกแกก็แข็งแรงและมั่นคง ไม่โบกโบยชมฟ้าหรือนกเจ้า

ข้ากาจั๊วบินได้เพดานต่ำ จะศึกษาฟ้างามก็ฉาบฉวย
ซี่กรงสวยแต่มันก็เฮงซวย สวย ๆ ไม่มีเสรีภาพ (*)

นกอย่างข้าอยู่ไปใช่สบาย ต้องขวนขวายเบียดเสียดเพื่อความสุข
สังคมข้าก็รู้มันอมทุกข์ แต่นี่ยุคเอาตัวรอด ขอทางหน่อย

จะคิดอะไรให้มากความ อีกไม่นานถ้าชินชาก็อยู่ได้
เขาให้มา เราก็รับ เดี๋ยวก็ตาย ศักดิ์ศรีกินไม่ได้ เก็บไว้ก่อน (ซ้ำ *)

** มีปีกขยับหลีกหนีฟ้า ขุนเขายังโอบรับตะวันรอน
ข้ามีชีวีพเนจร ดีกว่ายอมถูกต้อนเข้ากรง (ซ้ำ **,*)


สานศรัทธา


3:12 minutes (2.93 MB)

ผูกดวงใจดวงน้อย เรียงร้อยเป็นสาย ในคืนฟ้าหม่น
ร้างห่างผู้คน บนหนทางเปลี่ยว เหลียวหาใครไม่มี

ร่วมแรงร่วมใจ เบิกฟ้าวันใหม่ ศรัทธาเสรี
แสงแห่งระวี เชิดชีวีสูงค่า ท้าทายอธรรม

แม้ยังยาวนาน อีกนาน และอีกนาน
มีเสียงเพลงขับขาน ขับขาน ด้วยจิตที่ร้าวราน จะฝ่าผองภัย

ผูกดวงใจด้วยใจ ดังรุ้งสดใส หลากสีทอกันมา
ย้ำความสัมพันธ์ มั่นในศรัทธา ก้าวมาร่วมกัน (*)


เพลงบทน้อย


4:20 minutes (2.98 MB)

วันอาทิตย์ลับลา วันพระจันทร์ลอยเด่น วันพระเจ้ารู้เห็น
ความโศรกความเศร้า ในสายน้ำตา เป็นสายน้ำตาที่ไม่ไหล

วันที่เพลงเป็นเพื่อน คืนที่เตือนความเศร้า วันแห่งความเงียบเหงา
เคล้าเสียงเพลง ที่บรรเลง ขึ้นในใจ จากภายใน สู่คืนเหงา

* เป็นเพลงบทน้อย หวังคลายความเศร้า เขียนเมื่อยามเหงาให้ทุก ๆ คน
ที่ร่วมทุกข์ร่วมสุขในแผ่นดิน เพียงได้ยินให้คลายเหงา

วันที่เธอมัวหม่น และผู้คนซึมเศร้า คนเหนือหัวมัวเมา ไร้ร่มเงาที่เป็นจริง
คนเรา เราที่ถูกทอดทิ้ง มีมากมาย ทั้งเด็กน้อย หญิงชาย ต้องลอยแพ

** เป็นเพลงบทน้อย ที่คอยบอกเล่า ให้มองความเหงา ความทุกข์เศร้าใจ
มองให้เห็นที่มาและที่ไป บางส่วนในบทเพลงแห่งชีวิต

Syndicate content