1. ตะวันทอแสง
ค่ำคืนแม้ยาวนาน แต่มันจะผ่านไป เมื่อวานฟ้าสดใส วันนี้กลับหมองหม่น
ตะวันทอแสง... ให้เราตื่นจากการหลับไหล ปลุกชีวิตให้เริ่มต้นใหม่ ด้วยความหวัง ด้วยพลัง
ดับคลายทุกข์ในใจ ให้น้อยลงอีกวัน อย่าให้ความทุกข์บีบคั้น ชีวิตจะมืดมัว
ตะวันทอแสง... ให้เราตื่นจากการหลับไหล ปลุกชีวิตให้เริ่มต้นใหม่ด้วยความหวังด้วยพลัง
ใจต่อใจให้แสงสว่าง แห่งธรรมนำไป ความสุขมี เพราะเราเข้าใจ เรียนรู้ได้จากความทุกข์
ตะวันทอแสง... ให้เราตื่นจากการหลับไหล
ตะวันทอแสง... ปลุกชีวิตให้เริ่มต้นใหม่
ตะวันทอแสง... ด้วยความหวัง ด้วยพลัง
ตะวันทอแสง...
2. วาง
ลมพัดใบไม้ไหว ใจของเรานั่นแหละ สั่นไหว
ชงน้ำชาก็ล้น ยังยึดมั่นตัวตน ขนาดนั้น
ไม้ท่อนนี้ยาวเกินไปหากต้องการมันสั้นกว่านั้น
ไม้ท่อนนั้นสั้นเกินไปหากต้องการมันยาวกว่านี้
ใจก็เป็นอย่างนั้น เดี๋ยวก็เป็นอย่างนี้
เทียนสวยหลากสี แต่แสงเทียนมีแสงเดียวเท่านั้น
ใจหนอ จิตนั้น เกิดแล้วพลันตั้งอยู่... ดับไป
พระอุ้มสีกาคนหนึ่งผ่านน้ำโคลนในวันฉ่ำฝน
ไม่สนสายตาผู้คนผิดวินัยเณรจึงเอ่ยถาม
เราปล่อยวางหล่อนแล้ว... หรือเณรยังไม่วาง(เณรเจ้ายังไม่วาง)
3. หยุดคิด
ฟูมฟายอยู่ในความคิด กันเรื่องราวที่ผ่านไป
งมงายอยู่ในความหวัง ที่ยังมาไม่ถึง
กระวนกระวาย จะเป็นจะตาย เมื่อชีวิตถูกความคิดครอบงำ
บดบังจิตใจ ให้มัวหม่นคล้ำ ทำให้เราไม่อยู่กับความจริง
หยุดคิดด้วยการตื่นรู้กับความรู้สึก เคลื่อนไหวของร่างกาย
หยุดคิดด้วยการตื่นรู้กับการดักจับ ความคิดที่ผุดพราย
ด้วยความตั้งใจ ด้วยใจมั่นคง
บางทีอาจเป็นทางนี้ที่จะพาเราเปลี่ยนไป
ใจเรากลับผ่องใส ไม่ยึดติดสิ่งใด
ไม่มีเมื่อวาน ไม่มีพรุ่งนี้ ตอนนี้เดี๋ยวนี้คือความจริง
ไม่เติมไม่ตาม ไม่จำไม่คิด ปล่อยชีวิตให้อยู่กับความจริง... หยุดคิด
4. ปลาไม่เห็นน้ำ
ทำบุญที่นั่น ทำทานที่นี่ พระวัดไหนดีจะไปกราบ
ทำบุญแล้วไม่ยอมละบาป เหมือนเอาผ้าขี้ริ้วไปย้อมสี
อ่านหนังสือกองเท่าภูเขา อ่านใจของเราได้เท่าไหร่
ทำเป็นรู้ทันโลกเรื่อยไป แต่ไม่เคยทันใจของตัวเอง
คำพระเคยสอนไว้ อย่าเป็นเหมือนปลาที่ว่ายน้ำ
มองผ่านน้ำที่ตัวเองเวียนว่าย แต่ไม่เคยเห็นน้ำเห็นตัวเอง
บ่นกับคนนั้นบอกกับคนนี้ นั่นก็ไม่ดีนี่ไม่ได้
มีความรู้สอนปันกันไป อย่าลืมสอนใจตัวเองด้วยแล้วกัน
5. อกข้างซ้าย
ดังโลกทั้งไป ทับตรงหัวใจ ยามที่ความเศร้าลอยเข้ามาจับใจใครจะช่วยเธอ
กำลังใจที่แท้ไม่มีใครให้เธอได้ มันอยู่ที่ใจ อกข้างซ้ายของเธอเอง
คำปลอบแสนดี ที่มีให้กัน กี่ร้อยความห่วงใย มันไม่ช่วยอะไรหากใจเธอยอมแพ้
กำลังใจที่แท้ไม่มีใครให้เธอได้ มันอยู่ที่ใจ อกข้างซ้ายของเธอเอง
มันอยู่ที่ใจ อกข้างซ้ายของเธอเอง...
6. คนตกปลา
ดวงตะวันโด่งแล้ว ลุงโง่ไปตกปลา ลุงไม่ใยดีกับวันเวลานั่งตกปลา สุขใจ
ลุงฉลาดผ่านมา โง่เอ็งทำอะไร ปลานิดเดียวแค่พอยาไส้ ไม่ได้ทำให้รวย
ไปทำมาหากินดีกว่า มีเงินมีทองโกยเก็บไว้ พอชีวิตมั่นคงสบาย
จะได้ไปนั่งตกปลา ตามที่ใจใฝ่ฝัน อย่างที่ใจต้องการ
วันทุกวันผ่านไป ลุงโง่ไปตกปลา ลุงฉลาดไม่รู้เลยว่าจะตกปลาวันไหน
7. คุยกับความตาย
มีผู้คนมากมาย เวียนว่ายในโลกนี้ เธอว่าแปลกดีไหมที่เราเจอะกัน
มาร่วมสุขร่วมทุกข์สอนใจให้รู้จัก แบ่งปันความรักเกื้อกูลต่อกัน
ความรักความห่วงใย ความเข้าใจที่มี ทำให้วันนี้ฉันยังมีเธอ
หากวันหนึ่งวันไหน ไม่มีใครคนหนึ่ง อยากให้เรานั้นยอมรับความจริง
ประตูแห่งความตายเปิดรอเราให้เดินไปตั้งแต่วันที่เราได้เกิดมาอยู่ในโลกนี้
พูดคุยกับความตาย เฝ้าตามดูจิตใจไป เมื่อร่างกายนี้ไปจิตสุดท้ายให้สงบเย็น
เป็นเพราะการกระทำ กรรมหนุนนำให้เจอ พาฉันกับเธอให้มารักกัน
จิตใจต่างผูกพันสักวันคงได้กลับ เกิดมาดูแลชีวิตกันใหม่
8. ธรรมชาติในใจ
ดุจเดือนดาราคืนคว้างลอยเหนือดวงจันทร์ ดวงดาวนับพันแคว้งค้างให้ใครชื่นชม
กิ่งหญ้าใบอ่อน อ่อนนั้นดุจคลื่นอารมณ์ ขอเพียงสายลมเพื่อเธอ พักผ่อนกาย
มายาวันนี้โหดร้ายแนบเนียนกว้างไกล พร้อมพาดวงใจเรียนรู้โลกและตัวตน
ลงปลายปากกาพอรู้ รู้ว่ารูปคน... หัวใจไม่มี
นิ่งไว้แทนวกวน จนนั้นจึงเห็นจริง ฉีกเปลือกโลกใบนี้ทิ้ง จริงไม่จริงพอใจ
ใครใคร่รู้ก็คงรู้ ใครใครดูมิอาจเห็น ตอบคำถามที่จำเป็น เห็นไม่เห็นคงรู้กัน
ธรรมชาติในใจ... ธรรมชาติในใจ
ธรรมชาติในใจ... มีธรรมชาติอยู่ในใจ
9. หากมีเพียงหัวใจ
ถ้าไม่มีตาไว้ดู ไม่มีหูให้ได้ยิน ไม่ได้กลิ่นรู้รสสัมผัสใดใด
คนเราจะคิดเรื่องอะไร ใจโยงยึดติดกับสิ่งใด หากชีวิตมีเพียงหัวใจ เชื่อมโยงต่อกัน
เราจะมีเมตตามากกว่านี้หรือไม่ เรามีน้ำใจมากกว่านี้หรือเปล่า
โลกกลมๆ ใบนี้ที่มีคนเปลี่ยวเหงา มันจะสุขจะทุกข์เช่นไร
แต่เรามีตาไว้ดู มีหูให้ได้ยิน รับกลิ่นรู้รสสัมผัสมากมาย
คนเราจึงคิดกันเรื่อยไป ใจโยงยึดติดกันวุ่นวาย หากชีวิตมีเพียงหัวใจ เชื่อมโยงต่อกัน
โลกกลมๆ ใบนี้ที่มีคนเปลี่ยวเหงา มันจะสุขจะทุกข์เช่นไร
10. นี้แด่แม่
(เพลงบรรเลง)