ความทรงจำดีๆที่ใครๆมีให้พี่เอี้ยว..
ได้รับรู้ข้อความ ความรู้สึกดีๆของใครหลายคน ที่มีต่อพี่เอี้ยว ที่มาที่ไปของการรู้จักมักจี่ และชื่นชอบพี่เอี้ยวและผลงาน หลังจากที่มีโอกาสได้นำ CD ของพี่เอี้ยวมาช่วยเผยแพร่ในระยะหลังนี้ จึงขออนุญาตรวบรวมถ้อยคำของหลายๆท่านมาให้อ่านกันนะคะ....และใครที่รู้จักพี่เอี้ยวได้อย่างไร เขียนเล่าสู่กันฟังข้างล่างได้เลยนะ..
------------------------------
“รู้จักเพลงพี่เอี้ยว ตั้งแต่เรียนมหาลัย
รู้จักผ่านวงสลึง..วงดนตรีเพื่อชีวิตของมหิดล
รู้จัก เพลงสานศรัทธา ผ่านพิธีบายศรีสู่ขวัญในงานรับน้อง
รู้จักเพลง นับดาวทะเล ผ่านบรรยากาศ สงบ งาม และเรียบง่าย ของค่ายอนุรักษ์ของมหาลัย
รู้จักเพลง ก่อนที่จะรู้ว่าเป็นเพลงของพี่เอี้ยว
เดือนเมษาปิดเทอมหน้าร้อนของปีนึง
มีงานปิดถนนตอนวันเสาร์อาทิตย์ ที่ถนนพระอาทิตย์
เพื่อนที่ได้ไปงานคืนนึงบอกว่า เจอพี่เอี้ยว ที่นั่น
พี่เอี้ยว ....ที่เป็นเจ้าของเพลงนับดาวทะเล
ตื่นเต้น และดีใจ ที่ได้รับรู้ความมีตัวตนของพี่เอี้ยว
ไม่รู้พี่เอี้ยวจะระลึกได้มั้ย
กลุ่มนักศึกษากลุ่มนึง..มีดนตรีในใจ
พี่ชายคนนึง มีกีตาร์ในมือ...ร่วมเล่นเพลงของพี่เอี้ยว...กับพี่เอี้ยว ที่ถนนพระอาทิตย์
แม่เพื่อนรักที่ได้ร้องเพลงกับพี่เอี้ยว ยังได้ม้วนเทปของพี่เอี้ยว(พร้อมลายเซ็นต์)ติดมือมาด้วยน่ะ
....มารู้ตัวเอาตอนที่ได้ฟังเพลงจริงๆของพี่เอี้ยวว่า....
...เราๆ เอาเพลงของพี่เอี้ยวมาร้องได้เพี้ยนจากเดิมไปมากพอควร
มากจนชินว่ามันเป็นแบบนี้”
ฝากสวัสดีพี่เอี้ยวด้วยค่ะ
แล้วก็ฝากบอกพี่เอี้ยวด้วยนะคะ ว่าในมหิดล มีแฟนคลับพี่เอี้ยวอยู่มากนะคะ
ออนค่ะ
----------
“ผมลองหาชื่อ เอี้ยว ณ ปานนั้น ผ่านทาง google ครับเพราะว่าเป็นศิลปินในดวงใจเลย”
โยธิน ชาลีนิวัฒน์
----------
“เคยเจอพี่เอี้ยวหลายครั้งตอนเรียนอยู่ค่ะ หลายปีมาแล้ว ตอนนั้นพี่เอี้ยวยังผมยาวอยู่เลย เจอตามงานบ้าง ซื้อเทปและซีดีจากพี่เอี้ยวตลอด คุยกันครั้งล่าสุดเมื่องานสัปดาห์หนังสือปี ๔๘ หรือ ๔๙ จำไม่ได้แล้วค่ะ บอกพี่เอี้ยวว่าเป็นน้องที่ใส่แว่นตาหน้าเหมือนปลาทองที่มากับชาวต่างชาติ(สามี) ที่ศูนย์ประชุมสิริกิติ์ ถ้าจำไม่ได้ไม่เป็นไรค่ะ
ไม่อยากให้พี่เอี้ยวแจกฟรีค่ะ เพราะการทำซีดีหรือเทปก็ตามมันต้องเสียค่าใช้จ่ายเยอะ ถ้ารักกันจริง เรายินดีจ่ายอยู่แล้ว
อยู่เมืองไทย..ก็หาซื้อเทปและซีดีของพี่เค้ายากอยู่แล้ว นอกจากจะเจอตัวพี่เอี้ยวเอง อยู่ฝรั่งเศสนี่ไม่ต้องพูดถึงเลยค่ะ ต้องพึ่งอินเตอร์เน็ทอย่างเดียวเลย”
น้ำฝนค่ะ
-------
“หวัดดี วิดยา...
ช่วงนี้ว่างหรือเปล่า ถ้าว่างๆ ช่วยแกะคอร์ดเพลงชุดใหม่ของพี่เอี้ยวได้หรือเปล่า
นะ นะ นะ นะ
หรือถ้าไม่ว่างก็ไม่เป็นไร แต่ถ้าเสร็จเมื่อไหร่ก็บอกด้วยละกัน..
ขอบคุณล่วงหน้า”
Piyarat MARTIN
----------
“เมื่อก่อนอยู่หน้าราม ติดตามผลงานตั้งแต่ตอนเรียนมหา'ลัย ครับ เคยเจอพี่เอี้ยวหลายครั้ง ตามงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ และตามม็อบต่างๆ แต่เคยได้คุยกันครั้งเดียว
มีรูปเกี่ยวกับพี่เอี้ยวบ้างไหม พวกปก CD หรือคอนเสิร์ต
ขอหน่อยนะ จะเอามาแต่งเวบน่ะ”
witty
----------
“ผมเป็นแฟนเพลงของคุณเอี้ยวตั้งแต่สมัยอยู่กรุงเทพ
ตอนนี้อยู่หาดใหญ่ จะสั่งซื้อได้มั๊ยครับ”
CHAI
----------
“พี่เอี้ยวแกเคยฝังรากคนหลายๆ คนในมหาวิทยาลัยศิลปากร(ทับแก้ว)หน่ะครับ
ผมเรียนอยู่ระหว่างปี 2535-2539
สมัยที่ผมเรียนอยู่ที่นั่น มีคนชื่นชมพี่เอี้ยวเยอะนะครับ(แต่ตอนนี้อาจยังหาบอร์ดนี้ไม่เจอ)
หน้าตาหล่อๆ ครับ อิ อิ”
กายแก้ว
-------
..จริงแล้วผมก็เป็นแฟนเพลงเพื่อชีวิตทุกๆท่านครับ รวมทั้งพี่เอี้ยวด้วย...บ้านเราก็อยู่ระแวกกัน..ผมอยู่วัดเสมียนนารี..พี่เอี้ยวอยู่แถวงามวงศ์วาน...เราเคยเจอกันเมื่อ 10 ปีที่แล้ว..ไม่รู้พี่เขาจะจำได้หรือเปล่า..ถ้าเห็นหน้าคงร้องอ๋อ..มั่นใจอย่างนั้น..
..อย่างไงฝากความคิดถึงพี่เอี้ยวด้วยนะครับ..ฝากบอกว่าผมยังติดตามผลงานของพี่อยู่นะครับ.....สวัสดีครับ..
ความทรงจำเก่าๆ
Otto ทิ้งท้ายแบบหวานๆ...
ผมฟังเพลงพี่ม่ตั้งแต่ตอนเรียนมหาลัยเชียงใหม่ แล้วมีอยู่ครั้งหนึ่งผมไปเจอพี่ที่ธรรมศษสตร์ งานรำลึก 6 ตุลามั้ง ผมก็เข้าไปทัก เพราะพี่เขาตัดผมสั้นเลยจำไม่ค่อยได้ แต่พี่ก็คุยดี ชอบชุดแม่เงามากๆ เลยออกไปตามหาอำเภอแม่เงา และก็ยังแนะนำชุดนี้ให้คนรักด้วย เขาชอบมาก และผมดีใจที่เธอชอบ
รู้จักพี่เอี้ยวครั้งแรกในงานรับน้องใหม่ที่ ม.ศิลปากร เมื่อปี 2535 ก็พยายามติดตามผลงานของพี่มาเรื่อยๆ จนมาเจอพี่เอี้ยวอีกทีในงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ น่าจะประมาณปี 44 หรือ 45 ที่พี่มาเล่นเปิดหมวกในงาน เข้าไปทักทายพร้อมอุดหหนุนผลงาน แล้วก็ขอให้พี่เขาเล่นเพลงทานตะวันเลยครับ ชอบสุดๆ ขอเป็นกำลังใจให้พี่นะครับ
รออยู่เลยนะเนี่ย อือ ว่าจะชวนเพื่อนๆส่งรูปร่วมประวัติศาสตร์กะพี่เอี้ยวมาลง...ก็หนุกดีนะ รูปเก่าๆอ่ะ...
เดี๋ยวขอหาๆดูก่อนนะครับ ไม่รู้ว่าแม่เก็บอยู่ไหน หาเจอเมื่อไหร่จะรีบนำมาให้ชมนะครับ...อยากอวดเหมือนกาน..อิอิ
คุณเอกเผ่าไทย...
แหมอยากเห็นรูปสมัยนั้นจัง ไม่ลองส่งมาดูล่ะค่ะ เผื่อพี่เอี้ยวจะได้ดูบ้าง...พูดจริงนะ
รู้จักพี่เอี้ยวสมัยเรียนอยู่ที่ราม ได้รุ้จักเพลงที่ฟังแล้วรุ้สึกเพราะและดีกับเนื้อหาของเพลงแต่ล่ะเพลงนั้นๆ
แต่ไม่ยักกะรุว่าเป็นของใคร
เอี้ยว ณ ปานนั้น..... ใครหว่าไม่เคยรุ้จักเลย จนมีวันหนึ่งที่ชมรมที่เราอยุ่ได้เชิญมาแสดงในงานในชมรมที่ ราม จึงได้รู้จักว่า เอี้ยว ณ ปานนั้น คือคนนี้นี่เอง ช่วงเวลานั้นได้สัมผัสเพลงของพี่ผ่าน เพื่อนๆพี่ๆในชมรมแลัเราก็หัดเล่นเองด้วย
วันนึง ได้ไปเดินในงานถนนคนเดินที่ถนนพระอาทิตย์ได้เจอพี่เล่นเปิดหมวกขายเทปอยุ่
จึงได้มีโอกาสขอเพลงและยืนร้องเพลงกะพี่ี่เค้า 2 คน(เพลงทานตะวัน) รู้สึกประทับใจมาก และได้ซื้อเทปกลับมา 1 ม้วน ปัจจุบันยังอยุ่เก็บรักษาอย่างดี มีรูปถ่ายตอนที่ยืนร้องเพลงกะพี่เค้าด้วย แจ่มจริงๆ
จากวันนั้นมาวันนี้ก้หลายปีมากแหละ เราโตขึ้นมากแต่ความประทับใจใน
บทเพลง เนื้อหา และความเป้นกันเองของ เอี้ยว ณ ปานนั้น ยังอยู่ในใจของ เราเสมอครับ......
เอกเผ่าไทย
17 ม.ค.2551
"มิ่งขวัญเอ๋ยหัวใจเรามั่นเหมือนทานตะวัน
เฉิดแสงแรงฝันกลางระวีตะวันสีทองผ่องใส"
รู้จักมากหรือน้อยก็ยังรู้จักค่ะ...ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ
เคยไปซื้อเทปกับพี่ที่ป้อมพระสุเมธ
พี่เอี้ยวมายืนขายเอง เราก็เลยไปยืนดูว่า ใครหว่า
รู้จักไม่มากเลย แต่ก็มีผลงานของพี่ แม่เงา ให้รักนำทางเรา และวายร้ายตัวน้อย
ทุกวันนี้ได้ฟังเพลงพี่ แต่ก็ยังร้องใครหว่าอยู่เหมือนเดิม คงไม่ว่ากันนะคะถ้ารู้จักน้อย
รู้จักพี่เอี๊ยวตอนปี 37 ตอนนั้นเป็นเด็กกิจกรรม
รุ่นพี่เอาเพลงชุดเพลงบทน้อยมาให้ฟัง ชอบมากๆ
พยายามฝึกเล่นกีต้าร์บางเพลงของพี่เอี๊ยว
หลังจากนั้นก็เจอพี่เอี๊ยวตามงานสัมมนาต่างๆ บ่อยๆ
เพลงที่ชอบที่สุดฟังแล้วเตือนใจตัวเองในการทำงานคือ
เพลง 'นับดาวทะเล' ค่ะ
แสดงความคิดเห็น