เนื้อร้อง/เนื้อเพลงทั้งหมดในชุดเพลงบทน้อย

v01-005-100x120.jpg 1. เพลงบทน้อย

วันอาทิตย์ลับลา วันพระจันทร์ลอยเด่น วันพระเจ้ารู้เห็น
ความโศรกความเศร้า ในสายน้ำตา เป็นสายน้ำตาที่ไม่ไหล

วันที่เพลงเป็นเพื่อน คืนที่เตือนความเศร้า วันแห่งความเงียบเหงา
เคล้าเสียงเพลง ที่บรรเลง ขึ้นในใจ จากภายใน สู่คืนเหงา

* เป็นเพลงบทน้อย หวังคลายความเศร้า เขียนเมื่อยามเหงาให้ทุก ๆ คน
ที่ร่วมทุกข์ร่วมสุขในแผ่นดิน เพียงได้ยินให้คลายเหงา

วันที่เธอมัวหม่น และผู้คนซึมเศร้า คนเหนือหัวมัวเมา ไร้ร่มเงาที่เป็นจริง
คนเรา เราที่ถูกทอดทิ้ง มีมากมาย ทั้งเด็กน้อย หญิงชาย ต้องลอยแพ

** เป็นเพลงบทน้อย ที่คอยบอกเล่า ให้มองความเหงา ความทุกข์เศร้าใจ
มองให้เห็นที่มาและที่ไป บางส่วนในบทเพลงแห่งชีวิต



2. ดุจเดือนดารา (ธรรมชาติในใจ)

ดุจเดือนดาราคืนคว้างลอยเหนือดวงจันทร์ ดวงดาวนับพันเคว้งคว้างให้ใครชื่นชม
กิ่งหญ้าใบอ่อน ๆ นั้นดุจคลื่นอารมณ์ ขอเพียงสายลมเพื่อเธอ พักผ่อนกาย

* มายาวันนี้โหดร้ายแนบเนียนกว้างไกล พร้อมพาดวงใจเรียนรู้โลกและตัวตน
ลงปลายปากกา พอรู้ รู้ว่ารูปคน...
(ซ้ำ **) หัวใจไม่มี

** นิ่งไว้แทนวกวน จนนั้นจึงเห็นจริง ฉีกเปลือกโลกใบนี้ทิ้ง จริงไม่จริง พอใจ
ใครใคร่รู้ก็คงรู้ ใครใคร่ดูมิอาจเห็น ตอบคำถามที่จำเป็น เห็นไม่เห็นคงรู้กัน
(ซ้ำ **) ธรรมชาติในใจ มีธรรมชาติในใจ



3. สายใยธรรมชาติ

คิดยังไง กับคำที่เอ่ยผ่านมา ให้คุณค่า กับความรู้สึกแค่ไหน
นั้นเป็นเรื่องจิตใจ รักและคอยห่วงใย แม้นไกล ให้ใจมั่นคง

ใช้เวลากับคำที่เอ่ย แค่ไหน หรือพูดไปเพียงได้อารมณ์ผ่อนคลาย
ไม่จริงจังอะไร แล้วจึงพูดออกไป ให้ใจหวั่นไหว ระรัว

เป็นพี่ เป็นน้อง เพื่อนพ้องและคู่ใจ ลมรักนำพาไป สดใสเบิกบาน
ฝากเป็น ความรัก ไร้เล่ห์มายาการ อ่อนหวาน ละมุน อบอุ่น เรื่อยไป

แล้วเข้าใจ กับคำว่ารักแค่ไหน เห็นสายใย ที่ธรรมชาติมอบมา
ใช่มองดูด้วยตา แล้วก็พูดออกมา โลกร้อยมารยาไม่มีวันจะเข้าใจ



4. ตรงนั้นไม่มีอะไร

ไม่มีอะไรที่ตรงนั้น ไม่มีอะไรที่ตรงนั้น สำหรับฉัน
ไม่มีอะไรทำให้ท้อ ไม่มีอะไรทำให้แท้ ที่ตรงนั้น

เป็นเพียงเรื่องราวผ่านมา บอกความในใจผ่านไป
เพื่อความสัมพันธ์วันใหม่ มิใช่การเลิกลา

ให้เธอเข้าใจกับตรงนี้ อยากให้เข้าใจกับตรงนี้ คำที่กล่าว
ผูกมัดอะไรกับความหวัง ยึดมั่นอะไรกับความฝัน ไม่เที่ยงแท้

ยังมีเรื่องราวที่ผ่านมา กับกาลเวลาที่ผ่านไป เพื่อให้เธอตัดสินใจ มิใช่เมินคุณค่า
บอกมาเป็นเพลงด้วยคำร้อง ฝากมาเป็นเพลงจากความคิด ความคำนึง

เผื่อจะเข้าใจในความหมาย บอกความในใจจากตัวฉัน ใครคนหนึ่ง
ยังมีเรื่องราวที่ผ่านมา กับกาลเวลาที่ผ่านไป เพื่อได้ร่วมตัดสินใจ ย้ำไว้ในคุณค่า



5. ดางใจน้อยๆ

อยากไปอยู่ขอบฟ้า ขอบฟ้าที่ว่าไกล
จะไปตามดวงใจ ดวงใจที่ลอยหาย

ละลายความสับสน ในใจที่มากมาย
ไม่ปล่อยให้ทำร้าย ดวงใจน้อยน้อย

เหตุที่เธอจะแพ้ คงเป็นเพราะใจไม่เปิดกว้าง
ปล่อยให้ใจคว้าง วางหวังงามที่วาดฝัน

หากว่าเธอครุ่นคิด อาจจะแพ้อย่างฉับพลัน
หมกมุ่นอยู่ทุกวัน พักใจไว้ก่อน

* ก็เป็นแค่ใจน้อยๆ ล่องลอยตามสายลม
พัดหลงไปตามอารมณ์ ให้ใจหมองมัวหม่น ข่มดวงใจน้อยๆ

(ซ้ำ*) เลยอยากไปอยู่ขอบฟ้า



6. แมลงสาบกับนกในกรงทอง

เป็นกาจั๊วดีกว่า เป็นนกฟ้าในกรงทอง ได้มองท้องน้ำฟ้าใส
ไว้ใจในปีกกระจอก กระจอก

ว่าไงเจ้านกประดับฟ้า ไหงมาเลือกประทับในลูกกรง
ปีกแกก็แข็งแรงและมั่นคง ไม่โบกโบยชมฟ้าหรือนกเจ้า

ข้ากาจั๊วบินได้เพดานต่ำ จะศึกษาฟ้างามก็ฉาบฉวย
ซี่กรงสวยแต่มันก็เฮงซวย สวย ๆ ไม่มีเสรีภาพ (*)

นกอย่างข้าอยู่ไปใช่สบาย ต้องขวนขวายเบียดเสียดเพื่อความสุข
สังคมข้าก็รู้มันอมทุกข์ แต่นี่ยุคเอาตัวรอด ขอทางหน่อย

จะคิดอะไรให้มากความ อีกไม่นานถ้าชินชาก็อยู่ได้
เขาให้มา เราก็รับ เดี๋ยวก็ตาย ศักดิ์ศรีกินไม่ได้ เก็บไว้ก่อน (ซ้ำ *)

** มีปีกขยับหลีกหนีฟ้า ขุนเขายังโอบรับตะวันรอน
ข้ามีชีวีพเนจร ดีกว่ายอมถูกต้อนเข้ากรง (ซ้ำ **,*)



7. เคยเหงาอยู่บ้างข้างขอบฟ้า

ไป ไปบนหนทางไกล ฝัน ฝันไปเลยจนไกล แต่ใจ ความรู้สึกหยั่งถึง
กับใจที่คิดคำนึง ให้ถึงซึ่งความทรงจำ ใช้คืนค่ำ ดั่งคำย้ำเตือน

ตามสองข้างทาง พฤกษายังเป็นเพื่อน เรไรเยี่ยมเยือน เจ้าเพื่อนเอ๋ย
อาจจะได้ฝันไกล หรือได้เพียงฝันเฟื่อง เป็นเรื่องของใจตัวเอง

** แด่ดวงใจท่องไปในโลกกว้าง เคยเหงาอยู่บ้างข้างขอบฟ้า
บางครั้งชโลมตัวเองบ้าง ฝนเกิดจากน้ำ ขวัญและฝันเกิดจากใจ

ใส ใสบางส่วนที่สดใส ขวัญ ขวัญบางครั้งเคยหล่นหาย เหมือนพ่ายความรู้สึกตัวเอง
กับคืนที่เข้ามาเยือน ฤาจะเลือนแม้ความทรงจำ ใช้คืนค่ำดั่งคำย้ำเตือน



8. สานศรัทธา

ผูกดวงใจดวงน้อย เรียงร้อยเป็นสาย ในคืนฟ้าหม่น
ร้างห่างผู้คน บนหนทางเปลี่ยว เหลียวหาใครไม่มี

ร่วมแรงร่วมใจ เบิกฟ้าวันใหม่ ศรัทธาเสรี
แสงแห่งระวี เชิดชีวีสูงค่า ท้าทายอธรรม

แม้ยังยาวนาน อีกนาน และอีกนาน
มีเสียงเพลงขับขาน ขับขาน ด้วยจิตที่ร้าวราน จะฝ่าผองภัย

ผูกดวงใจด้วยใจ ดังรุ้งสดใส หลากสีทอกันมา
ย้ำความสัมพันธ์ มั่นในศรัทธา ก้าวมาร่วมกัน (*)



9. ทานตะวัน

ตะวันส่องใสแดดฉายลงมาทาบทาทิวทุ่ง
แผ่วลมผ่านโรยเหมือนโปรยกลิ่นปรุงดอกฟางหอมลอย

ดอกหญ้าดาววับวาวทางเกลื่อนเหมือนดังหยาดพลอย
แตะนิดต้องน้อยราวมณีร่วงพรูพลัดพรายลงดิน

จะอยู่แดนไหนสุดฟ้าแสนไกลคนึงถึงถิ่น
ด้าวแดนแผ่นดินที่เราจากมาเนิ่นนานแสนนาน

ดอกหญ้างามงดงามดังก่อนหรือรอนร่วงราน
แดดร้อนดินแล้งลมระงมแผ้วพานบ้านนาป่าเขา

ทุ่มกายเทใจเข้าโหมแรงไฟหัวใจเร่งเร้า
ยิ่งสร้างยิ่งทำระกำหนักเบาดิ้นรนหนทาง

เจ้ามิ่งขวัญยิ่งวันยิ่งเดือนยิ่งเลือนยิ่งลาง
ทอดทิ้งทุ่งร้างวันและวัยผ่านเยือนเหมือนเดินทางไกล

ตะวันส่องแสงสาดแสงลงมาทาบทาทางใหม่
ร่วมจิตร่วมใจก้าวไปก้าวไปฝ่าภัยร้อยพัน

มิ่งขวัญเอ๋ยหัวใจเรามั่นเหมือนทานตะวัน
เฉิดแสงแรงฝันกลางระวีตะวันสีทองผ่องใส



10. นี้แด่แม่

กี่ลมหนาว กี่ลมฝน ที่ผ่านพ้นเลยไป กี่ใบไม้ที่ผลัดใบ
หนึ่งดวงใจอันยิ่งใหญ่คอยดูแล

มีความรักละเอียดอ่อน ทอดเป็นสายศรัทธา จากเวิ้งฟ้าดวงใจแม่มา
คราบน้ำตาที่เคยไหลริน มีความหมาย

* ดุจสายลมอ่อนปลิวไสว รายล้อมดวงใจลูกเอ๋ย
มอบเป็นความรักแสนบริสุทธิ์ จากดวงฤทัยแด่แม่เอ๋ย

จากลูกน้อย ให้สดใส เป็นสายใยสัมพันธ์ ดึกดื่นแล้ว
ดวงดาวจะร้อยฝัน เกี่ยวก้อยดวงจันทร์ บอกแม่เรานั้น อายุมั่นขวัญยืน