ภาพพี่เอี้ยวขึ้นแสดงในงานแต่งงานที่โรงแรมปริ๊นพาเลซ

วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2552 พี้เอี้ยวต้องแสดงบนเวทีในงานแต่งงาน
ที่โรงแรมปรินซ์พาเลซ กรุงเทพฯ ที่ผมทำงานอยู่
จึงเป็นโอกาสอันเหมาะสมที่จะได้นัดเจอกัน...

ก่อนงานเริ่ม... นั่งคุยกับพี่เอี้ยวอยู่นานเลย

ผมจำได้ว่าได้ดูพี่เอี้ยวเล่นดนตรีครั้งแรก ที่มหา'ลัย ตอนผมเรียนปีหนึ่ง
เวลาผ่านไปกว่าสิบปี พี่เอี้ยวยังคงเหมือนเดิม.. ที่มีเรื่องราวมาเล่าสู่กันฟัง
เพื่อเป็นหนทางดีๆ ในการดำเนินชีวิต

เมื่อได้เวลา.. ผมขออนุญาตถ่ายภาพบรรยากาศในงาน
เพื่อนำมาแบ่งปันเพื่อนๆ ชาว www.aeawthatsong.com


งานแต่งงานเริ่มแล้ว ระหว่างรอการแสดงของพี่เอี้ยว..
ผมลองถ่ายรูปเจ้าสาวขณะโยนดอกไม้
นึกถึงประโยคหนึ่งนะ "ผู้หญิงกับดอกไม้"



เจ้าหน้าที่โรงแรม กำลังทำหน้าที่จัดสถานที่ให้พี่เอี้ยว
พร้อมทั้งคนอื่นๆ บนเวที หลังจากนั้นก็มีการสัมภาษณ์กันเล็กน้อยก่อนที่การแสดงจะเริ่มต้นขึ้น



เพลงแรกที่พี่เอี้ยวร้อง.. ผมเพิ่งได้ยินเป็นครั้งแรก
เป็นเพลงใหม่ ถ้ามีโอกาสเพื่อนๆ คงได้ฟังในเร็วๆ นี้
ผมบอกได้เลยว่า เพราะมากๆ



ทุกๆ บทเพลงที่พี่เอี้ยวร้องในงาน
จะเป็นเนื้อหาที่บ่งบอกถึง อะไรๆ มากมายใน "ความรัก"
ที่ไม่ใช่แค่ความรู้สึก แต่มีเหตุ และ ผล



ผมนึกถึงเพลงๆ นึงในอัลบั้ม "วายร้ายตัวน้อย" ชื่อเพลง "ให้และรับ"
แม้ในงานพี่เอี้ยวไม่ได้ร้องเพลงนี้ แต่ผมอยากเอาเนื้อเพลงมาให้อ่านประกอบ
ภาพบรรยากาศงานแต่งงานนี้..
"เพราะว่าความรักนั้นคือการ ให้และรับ เกื้อกูลต่อกัน
เหมือนกับใบไม้ดินน้ำตะวัน เชื่อมโยงผูกพัน ขาดกันไม่ได้"



คู่บ่าว-สาวยืนฟังเพลงที่พี่เอี้ยวร้อง..
ผมเชื่อว่าเป็นภาพที่ประทับใจทั้งคู่ไปอีกนานแสนนาน



นี่ครับ ด้านหลังเวที



บรรยากาศอันชื่นมื่น ในงานฉลองที่โรยด้วยกลีบกุหลาบ



สุดท้ายนี้ ผมอยากจะทิ้งท้ายถึงงานแต่งงาน..
จริงๆ แล้ว มันก็ดูมีสีสันสดใส แต่ความหมายที่แท้จริง
คือเรื่องราวที่ทั้งคู่จะต้องเดินทางต่อไปจากนี้ต่างหาก
ซึ่งจะต้องร่วมฝ่าฟัน และ.. เดินทางต่อไปด้วยกัน.. อีกนาน



จบจากการแสดง..
ได้มีโอกาสถ่ายรูปคู่พี่เอี้ยว
งานนี้ผมรู้สึกตื่นเต้นและมีความสุขมากๆ ครับ
พี่เอี้ยวถามถึงพวกเราทุกๆ คนด้วยนะครับ ที่อยู่ในเว็บนี้
ถ้ามีโอกาส.. พี่เอี้ยว และ เพื่อนๆ คงได้เจอกันสักครั้งในชีวิตนะครับ