Audio

ความว่างเปล่า


4:02 minutes (3.69 MB)

ฮูว์………………….ฮูว์

คุณว่างพอหรือเปล่า คิดอะไรอยู่เร๊อะเปล่า
คุยเรื่องความว่างเปล่า กันหน่อยมั๊ย

คุณรู้ดีใช่เร๊อะเปล่า เกิดและตายตัวเปล่า
ลมหายใจสั้นยาว ถ้าถึงคราวก็ไม่แคล้ว

ใครฝากจิตใจ มาจกที่แดนไกล
ดินน้ำลมไฟ เติมใส่เอาไว้ คอยหยิบใช้ดีดี

น้ำว่าไฟว่างเปล่า ดินว่าดาวว่างเปล่า
ลมว่าฟ้าก็ว่างเปล่า มานานแล้ว

สื่อสัมพันธ์วุ่นวาย ธรรมชาติวุ่นวาย
คนคือผู้ทำลาย เอาแต่ได้มากไปแล้ว

ก็อยากจะได้ความสบาย ธรรมชาติจึงหดหาย
อุตส่าห์ฉลาดซะแทบตาย สุดท้ายก็กลับบ้านเก่า

แต่โลกอยู่ยาว กว่าเรามากมาย
อย่าเอาแต่ได้ ชีวิตมันของชั่วคราว

โลกคือความว่างเปล่า คนก็ความว่างเปล่า
เป็นตายในความว่างเปล่า กันอยู่แล้ว

อย่าให้ความว่างเปล่า ทำให้ใจกลวงเปล่า
หากต้องตายไปเปล่าเปล่า โลกคงเหงาเศร้ากว่านี้

ฮูว์…………………..ฮูว์


ให้รักนำทางเราไป


4:46 minutes (3.28 MB)

หากคืนวันที่ผ่านพ้นมานั้นเป็นดั่งฝันร้าย
แหลกกระจายเราจะหวังใครนั้นมาแต่งเติม
ให้ร้ายนั้นคลาย...สลายคืนกลับดี

หากเรามีแรงอยู่ก็ไปคล้องใจดั่งคืนนั้น
อยู่รวมกันจนกว่าฟ้าสีทองทอประกาย
ยามอ่อนเพลียใจ...จะได้เพิ่มเติมทดแทน

* ให้ใจถึงใจ...ชีวิตถึงชีวิต...
ให้รักนำทางเราไป แม้ใจเปลี่ยวเหงา (*)

หากเวลากับความเป็นไปนั้นคอยจะรุมเร้า
ฉุดใจเราไปจากสัญญาที่มีต่อกัน
ทั้งและเธอ...ใครเผลอคอยตักเตือน

หากวันใดเธอเกิดพลั้งใจหลงไปกับฝันร้าย
จิตวิญญาณ ใจกับร่างกายไร้ความผูกพัน
เพียงกลับคืนมา...ดีร้ายเรายังมีกัน (*)


สายใยธรรมชาติ


5:29 minutes (3.76 MB)

คิดยังไง กับคำที่เอ่ยผ่านมา ให้คุณค่า กับความรู้สึกแค่ไหน
นั้นเป็นเรื่องจิตใจ รักและคอยห่วงใย แม้นไกล ให้ใจมั่นคง

ใช้เวลากับคำที่เอ่ย แค่ไหน หรือพูดไปเพียงได้อารมณ์ผ่อนคลาย
ไม่จริงจังอะไร แล้วจึงพูดออกไป ให้ใจหวั่นไหว ระรัว

เป็นพี่ เป็นน้อง เพื่อนพ้องและคู่ใจ ลมรักนำพาไป สดใสเบิกบาน
ฝากเป็น ความรัก ไร้เล่ห์มายาการ อ่อนหวาน ละมุน อบอุ่น เรื่อยไป

แล้วเข้าใจ กับคำว่ารักแค่ไหน เห็นสายใย ที่ธรรมชาติมอบมา
ใช่มองดูด้วยตา แล้วก็พูดออกมา โลกร้อยมารยาไม่มีวันจะเข้าใจ


ทานตะวัน


4:15 minutes (3.9 MB)

คำร้อง : คุณ เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์
ทำนอง : อาจารย์ ธนิสร์ ศรีกลิ่นดี

ตะวันส่องใสแดดฉายลงมาทาบทาทิวทุ่ง
แผ่วลมผ่านโรยเหมือนโปรยกลิ่นปรุงดอกฟางหอมลอย

ดอกหญ้าดาววับวาวทางเกลื่อนเหมือนดังหยาดพลอย
แตะนิดต้องน้อยราวมณีร่วงพรูพลัดพรายลงดิน

จะอยู่แดนไหนสุดฟ้าแสนไกลคนึงถึงถิ่น
ด้าวแดนแผ่นดินที่เราจากมาเนิ่นนานแสนนาน

ดอกหญ้างามงดงามดังก่อนหรือรอนร่วงราน
แดดร้อนดินแล้งลมระงมแผ้วพานบ้านนาป่าเขา

ทุ่มกายเทใจเข้าโหมแรงไฟหัวใจเร่งเร้า
ยิ่งสร้างยิ่งทำระกำหนักเบาดิ้นรนหนทาง

เจ้ามิ่งขวัญยิ่งวันยิ่งเดือนยิ่งเลือนยิ่งลาง
ทอดทิ้งทุ่งร้างวันและวัยผ่านเยือนเหมือนเดินทางไกล

ตะวันส่องแสงสาดแสงลงมาทาบทาทางใหม่
ร่วมจิตร่วมใจก้าวไปก้าวไปฝ่าภัยร้อยพัน

มิ่งขวัญเอ๋ยหัวใจเรามั่นเหมือนทานตะวัน
เฉิดแสงแรงฝันกลางระวีตะวันสีทองผ่องใส


แมลงสาบกับนกในกรงทอง


3:58 minutes (3.64 MB)

เป็นกาจั๊วดีกว่า เป็นนกฟ้าในกรงทอง ได้มองท้องน้ำฟ้าใส
ไว้ใจในปีกกระจอก กระจอก

ว่าไงเจ้านกประดับฟ้า ไหงมาเลือกประทับในลูกกรง
ปีกแกก็แข็งแรงและมั่นคง ไม่โบกโบยชมฟ้าหรือนกเจ้า

ข้ากาจั๊วบินได้เพดานต่ำ จะศึกษาฟ้างามก็ฉาบฉวย
ซี่กรงสวยแต่มันก็เฮงซวย สวย ๆ ไม่มีเสรีภาพ (*)

นกอย่างข้าอยู่ไปใช่สบาย ต้องขวนขวายเบียดเสียดเพื่อความสุข
สังคมข้าก็รู้มันอมทุกข์ แต่นี่ยุคเอาตัวรอด ขอทางหน่อย

จะคิดอะไรให้มากความ อีกไม่นานถ้าชินชาก็อยู่ได้
เขาให้มา เราก็รับ เดี๋ยวก็ตาย ศักดิ์ศรีกินไม่ได้ เก็บไว้ก่อน (ซ้ำ *)

** มีปีกขยับหลีกหนีฟ้า ขุนเขายังโอบรับตะวันรอน
ข้ามีชีวีพเนจร ดีกว่ายอมถูกต้อนเข้ากรง (ซ้ำ **,*)


สานศรัทธา


3:12 minutes (2.93 MB)

ผูกดวงใจดวงน้อย เรียงร้อยเป็นสาย ในคืนฟ้าหม่น
ร้างห่างผู้คน บนหนทางเปลี่ยว เหลียวหาใครไม่มี

ร่วมแรงร่วมใจ เบิกฟ้าวันใหม่ ศรัทธาเสรี
แสงแห่งระวี เชิดชีวีสูงค่า ท้าทายอธรรม

แม้ยังยาวนาน อีกนาน และอีกนาน
มีเสียงเพลงขับขาน ขับขาน ด้วยจิตที่ร้าวราน จะฝ่าผองภัย

ผูกดวงใจด้วยใจ ดังรุ้งสดใส หลากสีทอกันมา
ย้ำความสัมพันธ์ มั่นในศรัทธา ก้าวมาร่วมกัน (*)


วาง


4:02 minutes (3.7 MB)

ลมพัดใบไม้ไหว ใจของเรานั่นแหละ สั่นไหว
ชงน้ำชาก็ล้น ยังยึดมั่นตัวตน ขนาดนั้น

ไม้ท่อนนี้ยาวเกินไปหากต้องการมันสั้นกว่านั้น
ไม้ท่อนนั้นสั้นเกินไปหากต้องการมันยาวกว่านี้

ใจก็เป็นอย่างนั้น เดี๋ยวก็เป็นอย่างนี้
เทียนสวยหลากสี แต่แสงเทียนมีแสงเดียวเท่านั้น

ใจหนอ จิตนั้น เกิดแล้วพลันตั้งอยู่... ดับไป
พระอุ้มสีกาคนหนึ่งผ่านน้ำโคลนในวันฉ่ำฝน

ไม่สนสายตาผู้คนผิดวินัยเณรจึงเอ่ยถาม
เราปล่อยวางหล่อนแล้ว... หรือเณรยังไม่วาง(เณรเจ้ายังไม่วาง)


เพลงบทน้อย


4:20 minutes (2.98 MB)

วันอาทิตย์ลับลา วันพระจันทร์ลอยเด่น วันพระเจ้ารู้เห็น
ความโศรกความเศร้า ในสายน้ำตา เป็นสายน้ำตาที่ไม่ไหล

วันที่เพลงเป็นเพื่อน คืนที่เตือนความเศร้า วันแห่งความเงียบเหงา
เคล้าเสียงเพลง ที่บรรเลง ขึ้นในใจ จากภายใน สู่คืนเหงา

* เป็นเพลงบทน้อย หวังคลายความเศร้า เขียนเมื่อยามเหงาให้ทุก ๆ คน
ที่ร่วมทุกข์ร่วมสุขในแผ่นดิน เพียงได้ยินให้คลายเหงา

วันที่เธอมัวหม่น และผู้คนซึมเศร้า คนเหนือหัวมัวเมา ไร้ร่มเงาที่เป็นจริง
คนเรา เราที่ถูกทอดทิ้ง มีมากมาย ทั้งเด็กน้อย หญิงชาย ต้องลอยแพ

** เป็นเพลงบทน้อย ที่คอยบอกเล่า ให้มองความเหงา ความทุกข์เศร้าใจ
มองให้เห็นที่มาและที่ไป บางส่วนในบทเพลงแห่งชีวิต

นับดาวทะเล


3:57 minutes (3.61 MB)

นั่งดูนับดาวลอยเกลื่อนเมื่อเยือนทะเล สุดจะคะเนเกณฑ์กะจำนวนของดาว
อาทิตย์งามมาจากไป ไกลที่เส้นทะเล ดาวเข้าคลุมเต็มฟ้า

อาจมีสักวันดาวเปล่ามาเยือนทะเล ถูกลมพัดเซซัดสาดกวาดดาวหายไป
ดาวลับฟ้าใครเปลี่ยนใจ ไกลแล้วไม่คืนกลับ เลือนลับลาไม่แล

* ก็เคยฟังคนมากมายแม้ตายก็ยังใฝ่หา แสงดาวแห่งศรัทธาจะพร่างพรายแสงให้คนทุกคน
ดาวที่จรจากฟ้าบอกอย่าหวังเลยน้ำคำคน อุดมการณ์วกวนตลอดเวลา

แต่คืนนี้ดาวเจ้ากลับมาเยือนทะเล ที่ลมซัดเซไม่อาจกวาดดาวหายไป
มีน้อยคนเหมือนกับดาว มีมากคนที่เศร้า มานับดาว...คนเดียว (ทะเล)
(ซ้ำ *)

Syndicate content