audio by genre blues

นับดาวทะเล


3:57 minutes (3.61 MB)

นั่งดูนับดาวลอยเกลื่อนเมื่อเยือนทะเล สุดจะคะเนเกณฑ์กะจำนวนของดาว
อาทิตย์งามมาจากไป ไกลที่เส้นทะเล ดาวเข้าคลุมเต็มฟ้า

อาจมีสักวันดาวเปล่ามาเยือนทะเล ถูกลมพัดเซซัดสาดกวาดดาวหายไป
ดาวลับฟ้าใครเปลี่ยนใจ ไกลแล้วไม่คืนกลับ เลือนลับลาไม่แล

* ก็เคยฟังคนมากมายแม้ตายก็ยังใฝ่หา แสงดาวแห่งศรัทธาจะพร่างพรายแสงให้คนทุกคน
ดาวที่จรจากฟ้าบอกอย่าหวังเลยน้ำคำคน อุดมการณ์วกวนตลอดเวลา

แต่คืนนี้ดาวเจ้ากลับมาเยือนทะเล ที่ลมซัดเซไม่อาจกวาดดาวหายไป
มีน้อยคนเหมือนกับดาว มีมากคนที่เศร้า มานับดาว...คนเดียว (ทะเล)
(ซ้ำ *)

เพลงบทน้อย


4:20 minutes (2.98 MB)

วันอาทิตย์ลับลา วันพระจันทร์ลอยเด่น วันพระเจ้ารู้เห็น
ความโศรกความเศร้า ในสายน้ำตา เป็นสายน้ำตาที่ไม่ไหล

วันที่เพลงเป็นเพื่อน คืนที่เตือนความเศร้า วันแห่งความเงียบเหงา
เคล้าเสียงเพลง ที่บรรเลง ขึ้นในใจ จากภายใน สู่คืนเหงา

* เป็นเพลงบทน้อย หวังคลายความเศร้า เขียนเมื่อยามเหงาให้ทุก ๆ คน
ที่ร่วมทุกข์ร่วมสุขในแผ่นดิน เพียงได้ยินให้คลายเหงา

วันที่เธอมัวหม่น และผู้คนซึมเศร้า คนเหนือหัวมัวเมา ไร้ร่มเงาที่เป็นจริง
คนเรา เราที่ถูกทอดทิ้ง มีมากมาย ทั้งเด็กน้อย หญิงชาย ต้องลอยแพ

** เป็นเพลงบทน้อย ที่คอยบอกเล่า ให้มองความเหงา ความทุกข์เศร้าใจ
มองให้เห็นที่มาและที่ไป บางส่วนในบทเพลงแห่งชีวิต

แมลงสาบกับนกในกรงทอง


3:58 minutes (3.64 MB)

เป็นกาจั๊วดีกว่า เป็นนกฟ้าในกรงทอง ได้มองท้องน้ำฟ้าใส
ไว้ใจในปีกกระจอก กระจอก

ว่าไงเจ้านกประดับฟ้า ไหงมาเลือกประทับในลูกกรง
ปีกแกก็แข็งแรงและมั่นคง ไม่โบกโบยชมฟ้าหรือนกเจ้า

ข้ากาจั๊วบินได้เพดานต่ำ จะศึกษาฟ้างามก็ฉาบฉวย
ซี่กรงสวยแต่มันก็เฮงซวย สวย ๆ ไม่มีเสรีภาพ (*)

นกอย่างข้าอยู่ไปใช่สบาย ต้องขวนขวายเบียดเสียดเพื่อความสุข
สังคมข้าก็รู้มันอมทุกข์ แต่นี่ยุคเอาตัวรอด ขอทางหน่อย

จะคิดอะไรให้มากความ อีกไม่นานถ้าชินชาก็อยู่ได้
เขาให้มา เราก็รับ เดี๋ยวก็ตาย ศักดิ์ศรีกินไม่ได้ เก็บไว้ก่อน (ซ้ำ *)

** มีปีกขยับหลีกหนีฟ้า ขุนเขายังโอบรับตะวันรอน
ข้ามีชีวีพเนจร ดีกว่ายอมถูกต้อนเข้ากรง (ซ้ำ **,*)


ทานตะวัน


4:15 minutes (3.9 MB)

คำร้อง : คุณ เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์
ทำนอง : อาจารย์ ธนิสร์ ศรีกลิ่นดี

ตะวันส่องใสแดดฉายลงมาทาบทาทิวทุ่ง
แผ่วลมผ่านโรยเหมือนโปรยกลิ่นปรุงดอกฟางหอมลอย

ดอกหญ้าดาววับวาวทางเกลื่อนเหมือนดังหยาดพลอย
แตะนิดต้องน้อยราวมณีร่วงพรูพลัดพรายลงดิน

จะอยู่แดนไหนสุดฟ้าแสนไกลคนึงถึงถิ่น
ด้าวแดนแผ่นดินที่เราจากมาเนิ่นนานแสนนาน

ดอกหญ้างามงดงามดังก่อนหรือรอนร่วงราน
แดดร้อนดินแล้งลมระงมแผ้วพานบ้านนาป่าเขา

ทุ่มกายเทใจเข้าโหมแรงไฟหัวใจเร่งเร้า
ยิ่งสร้างยิ่งทำระกำหนักเบาดิ้นรนหนทาง

เจ้ามิ่งขวัญยิ่งวันยิ่งเดือนยิ่งเลือนยิ่งลาง
ทอดทิ้งทุ่งร้างวันและวัยผ่านเยือนเหมือนเดินทางไกล

ตะวันส่องแสงสาดแสงลงมาทาบทาทางใหม่
ร่วมจิตร่วมใจก้าวไปก้าวไปฝ่าภัยร้อยพัน

มิ่งขวัญเอ๋ยหัวใจเรามั่นเหมือนทานตะวัน
เฉิดแสงแรงฝันกลางระวีตะวันสีทองผ่องใส


สายใยธรรมชาติ


5:29 minutes (3.76 MB)

คิดยังไง กับคำที่เอ่ยผ่านมา ให้คุณค่า กับความรู้สึกแค่ไหน
นั้นเป็นเรื่องจิตใจ รักและคอยห่วงใย แม้นไกล ให้ใจมั่นคง

ใช้เวลากับคำที่เอ่ย แค่ไหน หรือพูดไปเพียงได้อารมณ์ผ่อนคลาย
ไม่จริงจังอะไร แล้วจึงพูดออกไป ให้ใจหวั่นไหว ระรัว

เป็นพี่ เป็นน้อง เพื่อนพ้องและคู่ใจ ลมรักนำพาไป สดใสเบิกบาน
ฝากเป็น ความรัก ไร้เล่ห์มายาการ อ่อนหวาน ละมุน อบอุ่น เรื่อยไป

แล้วเข้าใจ กับคำว่ารักแค่ไหน เห็นสายใย ที่ธรรมชาติมอบมา
ใช่มองดูด้วยตา แล้วก็พูดออกมา โลกร้อยมารยาไม่มีวันจะเข้าใจ


ความว่างเปล่า


4:02 minutes (3.69 MB)

ฮูว์………………….ฮูว์

คุณว่างพอหรือเปล่า คิดอะไรอยู่เร๊อะเปล่า
คุยเรื่องความว่างเปล่า กันหน่อยมั๊ย

คุณรู้ดีใช่เร๊อะเปล่า เกิดและตายตัวเปล่า
ลมหายใจสั้นยาว ถ้าถึงคราวก็ไม่แคล้ว

ใครฝากจิตใจ มาจกที่แดนไกล
ดินน้ำลมไฟ เติมใส่เอาไว้ คอยหยิบใช้ดีดี

น้ำว่าไฟว่างเปล่า ดินว่าดาวว่างเปล่า
ลมว่าฟ้าก็ว่างเปล่า มานานแล้ว

สื่อสัมพันธ์วุ่นวาย ธรรมชาติวุ่นวาย
คนคือผู้ทำลาย เอาแต่ได้มากไปแล้ว

ก็อยากจะได้ความสบาย ธรรมชาติจึงหดหาย
อุตส่าห์ฉลาดซะแทบตาย สุดท้ายก็กลับบ้านเก่า

แต่โลกอยู่ยาว กว่าเรามากมาย
อย่าเอาแต่ได้ ชีวิตมันของชั่วคราว

โลกคือความว่างเปล่า คนก็ความว่างเปล่า
เป็นตายในความว่างเปล่า กันอยู่แล้ว

อย่าให้ความว่างเปล่า ทำให้ใจกลวงเปล่า
หากต้องตายไปเปล่าเปล่า โลกคงเหงาเศร้ากว่านี้

ฮูว์…………………..ฮูว์


ให้รักนำทางเราไป


4:46 minutes (3.28 MB)

หากคืนวันที่ผ่านพ้นมานั้นเป็นดั่งฝันร้าย
แหลกกระจายเราจะหวังใครนั้นมาแต่งเติม
ให้ร้ายนั้นคลาย...สลายคืนกลับดี

หากเรามีแรงอยู่ก็ไปคล้องใจดั่งคืนนั้น
อยู่รวมกันจนกว่าฟ้าสีทองทอประกาย
ยามอ่อนเพลียใจ...จะได้เพิ่มเติมทดแทน

* ให้ใจถึงใจ...ชีวิตถึงชีวิต...
ให้รักนำทางเราไป แม้ใจเปลี่ยวเหงา (*)

หากเวลากับความเป็นไปนั้นคอยจะรุมเร้า
ฉุดใจเราไปจากสัญญาที่มีต่อกัน
ทั้งและเธอ...ใครเผลอคอยตักเตือน

หากวันใดเธอเกิดพลั้งใจหลงไปกับฝันร้าย
จิตวิญญาณ ใจกับร่างกายไร้ความผูกพัน
เพียงกลับคืนมา...ดีร้ายเรายังมีกัน (*)


เจ้าพระยา


4:18 minutes (2.96 MB)

เจ้าพระยา เจ้าพระยา เจ้าพระยาเจ้าเอ๋ย
ปิงและวังไหลมา ยมและน่านไหลซ้ำ ย้ำถึงความยิ่งใหญ่

จันทร์โน้มแรง แม่น้ำไหว ไหลรับรู้เรื่องราวผู้คน
ดังมิ่งมิตรไมตรี มีในทุกแห่งหน ทุกๆ คนหลากหลาย

* แค่ใจคนเสียสูญ เราก็ต้องสูญเสีย แม่น้ำสายใหญ่
ใครพอมีความรัก แบ่งบ้างได้ไหม ละลายลงแม่น้ำ

น้ำระเหย ล่องลอย ล่องลอย อิงยอดดอยแนวไพร
น้ำทุกหยดล้วนมีความหมาย รวมเป็นแม่น้ำใหญ่

เจ้าพระยา เจ้าพระยา เจ้าพระยาเปลี่ยนสี
ผ่านมาหลายร้อยราตรี ข้ามคืนนี้เจ้าจะมีสีใด


ฝนแรก


3:42 minutes (3.39 MB)

เพลง ฝนแรก
ศิลปิน เอี้ยว ณ ปานนั้น
บทกวีจาก จิระนันท์ พิตรปรีชา
ขับร้อง วารุ วรภณ

ฝนแรกเดือนพฤษภา รินสายมาเป็นสีแดง
ฝนเหล็กอันรุนแรง ทะลวงร่างเลือดพร่างพราว

หลั่งนองท้องถนน เป็นสายชลอันขื่นคาว
แหลกร่วงกี่ดวงดาว และแหลกร้าวกี่ดวงใจ

* บาดแผลของแผ่นดิน มิรู้สิ้นเมื่อวันใด
อำนาจทมิฬใคร ทมึนฆ่าประชาชน

เลือดสู้จะสืบสาย ความตายจะปลุกคน
วิญญาณจะทานทน พิทักษ์เทิด ประชาธรรม

ฝนแรกแทรกดินหาย ฝากความหมายความทรงจำ
ฝากดินให้ชุ่มดำ เลี้ยงพืชกล้า ประชาธิปไตย

เช้าวันนี้


4:31 minutes (3.1 MB)

เช้าวันนี้ เช้าวันนี้ ผู้คนจะเป็นอย่างไร
เหน็ดเหนื่อยจากงาน ของวันวานได้พักผ่อน กันบ้างไหม ...

เช้าวันนี้ เช้าวันนี้ ผู้คนยังคงวุ่นวาย
เวียนว่ายอยู่บนทางเพื่อหาเก็บ หากิน

* ฉันอยากให้เขาทุกคน มีเวลาพูดถึงชีวิต
ฉันอยากให้เขาทุกคน มีเวลาพูดถึงความงาม
ฉันอยากให้เขาทุกคน มีเวลาพูดถึงโลกที่เขายืนอยู่ ในเช้าวันนี้

เช้าวันนี้ เช้าวันนี้ หนทางยังมีอีกไกล
ห่วงแต่ดวงใจ ของคนใด ถึงคราวจะสูญหาย

เช้าวันนี้ เช้าวันนี้ หันมองแลดูรอบกาย
เจอรอยยิ้มหัวใจใคร หล่น บนพื้นดิน

(ซ้ำ *)


ดอกไม้แสงเทียน


3:07 minutes (2.86 MB)

จากวันถึงวัน ที่ผันแปรเปลี่ยน
นั่งมองแสงเทียน หรี่น้อยอ่อนแสง

สาดส่องให้ใจ หวั่นไหวเปลี่ยนแปลง
กุหลาบสีแดง………ของใครเหี่ยวเฉา

จากวันนั้นมา ดวงตาสวยผ่อง
ดูการจ้องมองคล้ายคำเอ่ยลา

ประกายแสงเทียน เวียนวับจับตา
เกิดเงาทาบทา บุปผาสีแดง

* อ่อนแสง แล้วเทียนเจ้าเอย
อย่าเย้ยคนที่เปลี่ยวเหงา

นั่นดาวราตรีรุมเร้า นั้นก็เงาคนที่จากไกล
อ่อนแสงแล้วใจข้าเอย ไม่เคยคิดสุดสัมพันธ์

ดอกไม้ราตรีคืนวัน ไม่มีใจ(ใคร) ใครไม่มี

(ซ้ำ * )


ความรักความฝัน


4:29 minutes (3.08 MB)

ในเมืองที่กว้างใหญ่ มีคนมากมายเท่าไหร่
แอบทุกข์กาย แอบทุกข์ใจ

ซุกซ่อนความรู้สึกร้าวลึกไว้ในอารมณ์
หลบสังคม หลบซ่อนใคร ...

เอาความโง่เขลา ระบายออก ตัดพ้อความใฝ่ฝัน
กรอกน้ำจันท์ กอดน้ำใจ

ใครคิดถึงเธออยู่ เธอคิดถึงใครเล่า
จึงแบกเอา ความเศร้าไว้ในใจ

ทรงทรุดและซวนเซ หันเหระเนระนาด
สาแก่ใจ สาแก่ใจ

ออกไปเหยียบภูเขา ทะเลหมอก กรีดร้องก้องแผ่นฟ้า
ฟ้องดอกหญ้า ดาวและดิน

* บอกเล่าความทุกข์ ให้กับสายน้ำ
เธอเสียน้ำตา ให้ความรักได้

แต่ทางชีวิต ที่ใจใฝ่ฝัน นั้นมันสำคัญ
กว่าหยดน้ำตา

(ซ้ำ *)


โจนาธาน


4:11 minutes (3.83 MB)

จะกินอะไรไม่สน บินวนอยู่บนท้องฟ้า
มีเพียงเวลาอยู่เหนือทะเล
ด้วยความเร็ว แรง และสง่า ...

เจ้านางนวลปีกงาม ตัดแผ่นฟ้า
สาดดวงตา ทายท้า กระแสลม

* บิน…บินให้เร็วเท่าความคิด
บิน…จากกฏเกณฑ์ที่จำเจ

สติปัญญาเท่านั้นสมควรต่อการรับรู้
นางนวลบินดูอุทิศใจกาย มองฟ้างาม
ไกลและกระจ่าง

จากอารมณ์ติดอัตตา ไม่เดียงสา
เกิดปัญญา โจนาธานเจ้านางนวล

(ซ้ำ *)


วายร้ายตัวน้อย


2:55 minutes (2.67 MB)

เด็กเด็ดดวงอาทิตย์มาโยนเล่น เป่าพระจันทร์ตกน้ำ
บอกเมฆาเมฆขาวที่ลอยเลื่อน เป็นเพื่อนเพื่อนสำลี
ฉีกกระดาษเสร็จแล้วเอามาต่อ บอกมังกรส่ายหัว
ขีดกำแพงฝาห้องเสียจนทั่ว เป็นช้างม้าสิงโต

โตเจ้าจะโตต้องเติบโตในไม่ช้า จินตนาการระวังหาย
เป็นผู้ใหญ่อยู่ในเหตุผลมากมาย ไร้ความฝันเพริดพรายดังเด็กน้อย

เขี่ยกระจุยคุ้ยของไม่ยอมหยุด เหนื่อยตามเก็บไม่ไหว
ดุหน่อยนึงหนูน้อยก็ร้องไห้ อ้อนความรักจากแม่ทุกที
อย่ากดนำบังคับให้เขียนอ่าน ป่านวัยเยาว์จะขาดผล็อย
โลกจะกลมเหมือนส้มรสอร่อย เลี้ยงวายร้ายตัวน้อยให้ดี

โลกจะกลมเหมือนส้มรสอร่อย เลี้ยงวายร้ายตัวน้อยให้ดี